ขอชี้แจงข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์
ที่ ผดม.ก.02.063/2538
9 สิงหาคม 2538
เรื่อง ขอชี้แจงข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์
เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตามที่มีข่าวในหนังสือพิมพ์ระบุว่าบริษัทฯ จะลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ
30 ที่โรงผลิตแคลไซน์ จังหวัดระยอง และโรงงานถลุงแร่สังกะสี จังหวัดตากนั้น
บริษัทฯ ใคร่ขอเรียนชี้แจงว่า ขณะนี้บริษัทฯ กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับบริษัท
ผู้รับเหมาก่อสร้างในโครงการดังกล่าว คาดว่าจะสามารถสรุปผลมูลค่าการลงทุนของโครงการ
ได้ประมาณเดือนกันยายน 2538 ซึ่งรายละเอียดจะแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อทราบต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นายประวิทย์ คล่องวัฒนกิจ)
กรรมการผู้จัดการ
ส่วนเลขานุการคณะกรรมการ
สำนักกรรมการผู้จัดการ
PRESS RELEASE
ผาแดงอินดัสทรี ประกาศความพร้อม เปิดเดินเครื่องโรงงานผลิตแคลไซน์ ที่ระยอง
โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับวัตถุดิบใหม่ คือแร่สังกะสีซัลไฟด์ ซึ่งจะถูกแปรสภาพให้เป็นวัตถุดิบกึ่ง
สำเร็จรูป (แคลไซน์) ก่อนป้อนสู่โรงถลุงสังกะสี จังหวัดตาก
นายประวิทย์ คล่องวัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานผลิตแคลไซน์ ที่จังหวัดระยอง ซึ่งใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 1,800 ล้านบาท
ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามแผนงานที่วางไว้ และสามารถเดินเครื่องผลิตได้แล้ว
"ทั้งนี้โรงงานดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพื่อรองรับ
วัตถุดิบใหม่ คือ แร่สังกะสีซัลไฟด์ซึ่งนำมาใช้แทนแร่สังกะสีซิลิเกต โดยการปรับเปลี่ยนกระบวนการ
ผลิตนี้ จะช่วยให้เราสามารถรับวัตถุดิบจากแหล่งต่างๆได้ทั่วโลก และสามารถดำเนินธุรกิจโลหะ
สังกะสีได้อย่างมั่นคงอีกด้วย"
นายประวิทย์ ยังกล่าวชี้แจงด้วยว่า เนื่องจากแหล่งแร่ที่เหมืองแม่สอดได้เปิด
ดำเนินการมานานและปริมาณแร่สังกะสีซิลิเกตที่มีอยู่เดิมจำนวน 4.5 ล้านตัน ได้ถูกนำมาใช้จนค่อยๆ
หมดไป ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นที่ต้องหาแร่จากแหล่งใหม่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมา
ผลิตโลหะสังกะสีรองรับความต้องการของตลาดภายในประเทศได้ต่อไป
โรงงานผลิตแคลไซน์ นี้ประกอบด้วย ส่วนที่เป็นโรงย่างแร่ และโรงผลิตกรดกำมะถัน
ซึ่งในลำดับแรกของกระบวนการผลิต แร่สังกะสีซัลไฟด์จะต้องผ่านการย่าง เพื่อให้ได้เป็นสังกะสี
ออกไซด์ หรือเรียกว่าสังกะสีแคลไซน์ ที่โรงงานแห่งนี้ก่อน จากนั้นจึงส่งไปยังโรงถลุงสังกะสี
ที่จังหวัดตาก โดยมีกำลังการผลิตแคลไซน์ประมาณ 135,000 เมตริกตันต่อปี ซึ่งสามารถนำไป
ถลุงเป็นโลหะสังกะสี ได้จำนวน 73,000 เมตริกตันต่อปี นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้จากการผลิต
แคลไซน์ เป็นกรดกำมะถันอีก ประมาณ 135,000 เมตริกตันต่อปี
สำหรับราคาโลหะสังกะสีที่ยังคงผันผวน และตกต่ำอยู่ในขณะนี้ นอกจากจะส่งผลก
ระทบต่อราคาจำหน่ายโลหะสังกะสีของผาแดงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อยอดกำไรของบริษัทฯ
ในรอบสองปีที่ผ่านมาด้วย
.../2
- 2 -
"อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันราคาโลหะสังกะสีก็ค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเราคาดว่า
การลงทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายกำลังการผลิตทั้งในส่วนของโรงงานผลิตแคลไซน์ และในส่วนของ
โรงถลุงสังกะสี จังหวัดตากที่จะแล้วเสร็จในปลายปีหน้านี้ จะทำให้กำลังการผลิตโลหะสัง
กะสีเพิ่มขึ้น จากเดิม 73,000 เมตริกตันต่อปี เป็น 100,000 เมตริกตันต่อปี ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจ
หลักของเราในการถลุงโลหะสังกะสี เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญและมั่นคงในอนาคตของบริษัท"
ในปัจจุบันนี้ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินธุรกิจถลุงโลหะ
สังกะสีเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนายประวิทย์กล่าวว่า "ปริมาณ
ความต้องการโลหะสังกะสีของภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศได้ทวีความต้องการอย่างรวดเร็ว
ซึ่งในปีที่ผ่านมามีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆปี ดังนั้น
บริษัทฯจึงมั่นใจว่า ธุรกิจผลิตโลหะสังกะสีนี้ยังเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มที่ดีมาก"
บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เป็นกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาห-
กรรมเหมืองแร่และถลุงแร่สังกะสี มีผลิตภัณฑ์หลัก คือ โลหะสังกะสี ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญใน
อุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆอีกมากมาย จึงนับได้ว่าเป็น อุตสาหกรรมขั้นพื้นฐาน ที่มีความสำคัญต่อ
การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศเป็นอย่าง